นายอำเภอเมืองเถื่อน
เฉลิมศักดิ์ แหงมงาม เขียน
สำนักพิมพ์บ้านอำเภอ
พิมพ์ครั้งแรก : สิงหาคม พ.ศ. 2569
ปกอ่อนหนา 496 หน้า ราคา 420 บาท
ขนาด 14.5 x 21 เซนติเมตร
ตัวหนังสือขนาดใหญ่ อ่านง่ายสบายตา
.
จากปกหลัง
ชาติสิงห์ สิงหราช ต้องเอาเนื้อหน้าขามาปะในส่วนอื่นๆ บริเวณที่เปิดเผย ไม่ว่าแขนหรือแผ่นอก บางส่วนแห่งเรือนกายที่ผิวเนื้อหลุดหาย กระทั่งเส้นประสาทบางจุดที่ขาดหลุด ชีวิตเขาไม่เคยต้องมานอนพักรักษาตัวยาวนานถึงขนาดนี้ กว่าเขาจะกลับมาเดินได้เกือบปกติ แม้แข้งขากระดูกทุกชิ้นจะยังคงครบถ้วนทุกประการก็ตาม
.
เสียคายที่ใบหน้าบากไปเล็กน้อย บริเวณเหนือหน้าผากกว้าง ผ่าลงมาถึงสันแก้ม จากซีกขวามาซีกซ้าย เฉียงลงระหว่างนัยน์ตาทั้งสองข้าง เกือบจะโคนหัวคิ้ว โชคดีที่หน้าตาเขายังไม่เสียโฉม เพราะคมไม้ไผ่แห่งผืนแพ แม้จะมีฉายาตามมาว่า นายอำเภอหน้าบาก เขาก็ยังภาคภูมิใจ
.
บทนำผู้เขียน
“นายอำเภอเมืองเถื่อน” คือนวนิยายบู๊คลาสสิก นวนิยายร่วมสมัย นวนิยายธรรมมะ นวนิยายสะท้อนสังคม หรือนวนิยายน้ำเน่า เป็นได้ทั้งนั้นกับนวนิยายเล่มหนาเล่มนี้
.
วรรณกรรมคือกระจกสะท้อนสังคมแต่ละยุคสมัย ผมเพิ่งตระหนัก เมื่อเขียนหนังสือมาอย่างยาวนานไม่น้อยกว่าห้าสิบปี ตั้งแต่นุ่งกางเกงขาสั้นเป็นนักเรียนระดับมัธยม กระทั่งเส้นผมเป็นสีขาวดอกเลา ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างยาวนาน เมื่อย้อนไปอ่านเรื่องสั้น นวนิยายบทความหรือสารคดีที่ผมเขียนในยุคกว่าสี่สิบปีล่วงแล้ว ทำให้ผมภูมิใจอยู่ไม่น้อย เพราะสิ่งที่บันทึกไว้ในงานแต่ละชิ้น แม้ภาพประกอบ มันสะท้อนยุคสมัยไว้อย่างงดงาม ภาพเหล่านั้นตีพิมพ์ในนิตยสาร วารสารและหนังสือพิมพ์หลาย ๆ ฉบับในที่ยุคคอมพิวเตอร์อินเตอร์เน็ตยังไม่ก่อเกิด ป่านนี้ผมหวังว่าเครื่องบันทึกเหล่านั้นคงตามเก็บงานเขียนผมไว้ในบันทึกที่ทันสมัยอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อที่จะเป็นข้อมูลเมื่อเปิดดูแล้ว สามารถจะค้นหาได้อย่างทันทีทันใด แม้ภาษาจะไม่สละสลวยเหมือนอย่างที่นักวรรณกรรมต้องการ แต่มันคือบันทึกของนักเขียนหนุ่ม คนในเครื่องแบบ ที่ย่ำเดินไปทุกภูมิภาคของประเทศไทย
.
ในวันนี้ผมใช้เวลาเกือบสิบปีประคบประหงมเรื่องราวของคนตัวเล็กๆ ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างยาวนาน เคยฝ่าพายุที่กราดเกรี้ยวแรงลมที่อ่อนโยน สัมผัสผู้คนทั้งในเมืองและชนบทกับชีวิตที่ลุยแก้ไขปัญหาให้สังคม มีทั้งความรัก มิตรสหายในแวดวงสีกากีไม่น้อยไปกว่าแวดวงนักเขียนที่ผมคลุกมาทั้งชีวิต
.
“นายอำเภอเมืองเถื่อน” ตีพิมพ์ครั้งแรกในวารสารกำนันผู้ใหญ่บ้านของกรมการปกครองเมื่อหกเจ็ดปีก่อน มันคือวารสารตีพิมพ์ได้เดือนละบท ตราบกระทั่งหนังสือกระดาษจบสิ้นลง ผมจึงหยุดส่งต้นฉบับ แต่นวนิยายยังไม่จบ อีกแห่งที่ตีพิมพ์คือหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นปิงเมยของจังหวัดตาก รายสิบห้าวัน ลงต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ กระทั่งหนังสือหยุดกิจการเจ้าของหนังสือล้มป่วยลงทว่า “นายอำเภอเมืองเถื่อน” ก็ยังไม่จบอยู่นั่นเอง แต่กระแสตอบรับนับว่าน่าพึงพอใจ เพราะมีกลุ่มนักอ่านเฝ้าติดตามชนิดบทต่อบท เพื่ออ่านพฤติกรรมของนายอำเภอสูงวัยผู้มีอุดมการณ์ในหัวใจจะแก้ไขปัญหางานของฝ่ายปกครองอย่างไร
.
เรื่องราวของคนตัวเล็กๆ ในวังวนคนสีกากีประคับประคองตนเอง มาจนถึงฝั่งฟาก ถึงเวลาจะต้องทิ้งไม้พายลงท้องเรือปลดเกษียณ คนเขียนหนังสือจึงปรุงเป็นนวนิยายใช้ฉากสมมุติที่ผมเคยสัมผัสและได้เห็นบวกจินตนาการของนักฝัน
.
เจตนาอยากสะท้อนชนบทอันงดงามในยุคไม่เกินยี่สิบปีผ่านมา
.
นวนิยายแนวนี้เหมือนห่างหายไปจากแวดวงหนังสือนานพอสมควร เรื่องราวเข้ม ๆ แต่อ่านสนุกชวนติดตาม ได้รสสีสันแห่งอารมณ์และได้สาระ สังคมบ้านเราพอสมควรงานเขียนเรื่องเล่าทุกวันนี้ผมอ่านทีไรเห็นแต่ความมืดหม่นสังคมที่ไร้ทางออก การค้นหาความจริงชีวิตบนเส้นทางที่คล้ายจะบรรลุ
.
“นายอำเภอเมืองเถื่อน” ต้องย้อนเวลาหาอดีต ในยุคริงโก้จังโก้ในหนังคาวบอยฝรั่งกันบ้าง แต่เป็นคาวบอยแบบไทย ๆ เรื่องราวน่าจะเพิ่มสีสันรสชาติแห่งการอ่าน หวังไว้เช่นนั้น แต่ละบทที่สัมผัสก็คงจะมีการตั้งคำถาม นี่คือเรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง
.
มันคือสิ่งสมมุติ เรื่องราวแห่งยุคสมัย คนเขียนนวนิยายมาอย่างยาวนานชอบเล่าเรื่องราวง่ายๆ คละเคล้าความดีความงาม อยากจะบอกสั้นๆ ว่า ข้าราชการดี ๆ มีคุณธรรม นายอำเภอบ้านนอกสู้งานเพื่อชาวบ้านอย่างแท้จริง ยังมีอยู่บนผืนแผ่นดินไทย
.
ขอขอบคุณวิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ ที่ให้เกียรติช่วยอ่านและตรวจสอบต้นฉบับ
.
จนกว่าจะพบกันอีก ด้วยมิตรภาพ
เฉลิมศักดิ์ แหงมงาม.


























