นี้เปนหนึ่งในกระบวนนวนิยายคลาสสิคยุคปัจจุบันของอเมริกาเปนเสมือนเรื่อง “ดอน คิวโซด” สำหรับอีกกาลสมัยหนึ่งบรรยายถึงสหายกลุ่มหนึ่งซึ่งทะนงในศักดิ์ศรีแห่งความเปนคนยากไร้ของเขาอย่างที่สุด ชีวิตของเขาผาสุกด้วยปรัชญาของเขาเองแม้จะใช้ตะรางเปนโรงแรมอยู่เนืองๆ และมักจะทำธรรมจริยาหายหกตกหล่นเสียบ่อยๆ โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวข้องกับไก่ เหล้า และเมียของเพื่อนกันก็ตาม แต่ก็ยังไว้ลายอัศวินตามแบบของเขาอยู่นั่นเอง — อัศวินที่ปราศจากโต๊ะกลมมีแต่กระท่อมสับปะรังเคหลังเดียวเปนชายคาคุ้มหัวในโลกนี้ และจัดว่าเปนมนุษย์กลุ่มที่พยายามเข้าถึงแก่นของความเปนปุถุชนอย่างที่สุด!
………………………..
ในนวนิยายเรื่อง “โลกีชน” สไตน์เบ็คให้ “ปีลอง” เปนตัวดำเนินเรื่อง ผู้มีชีวิตแบบหัวหก ก้นขวิด สำมะเลเทเมา หนักไม่เอา-เบาไม่สู้ นอนกลางดิน กินกลางทราย ไม่ต้องมีชีวิตหรูหราไม่ยึดติดสถานภาพทางสังคม แต่เขา รักและหวงแหน “อิสรภาพเสรีภาพ” ของตนอย่างที่สุด และวางให้ “แดนนี่” เปนจุดศูนย์รวมของผองเพื่อน จีซัส มาเรีย,ปาโบ้ล ซานเชส,โจเบิ้ม ปอร์ตากี, ฯลฯ บรรดาผองเพื่อนซึ่งล้วยแล้วแต่เปนประเภทไม่เหลือเงินติดกระเป๋าแม้แต่สตางค์แดงเดียว มีชีวิตหัวหก ก้นขวิด สำมะเลเทเมา เถลไถลไปโน่น ไปนี่แล้วแต่ใจปรารถนาไปวันๆ หากแต่ทุกคนสามารถเกาะกลุ่ม มีชีวิตร่วมทุกข์ – ร่วมสุขกันได้ด้วย “มิตรภาพ” และ “ความรักอันบริสุทธิ์”
สารบาญ
คำแถลงสำนักพิมพ์
สารบัญ
นำเรื่อง
๑ แดนนี่กลับจากสงครามมากลายเป็นทายาทฯ
๒ ปีลองตกเปนเหยื่อของความอยากฯ
๓ ฐานะความเป็นเจ้าบ้านฯ
๔ จีซัส มาเรีย กอร์โกราน ซึ่งเปนคนดีฯ
๕ เซนต์ ฟรานซิสแปรพักตร์ฯ
๖ คนบาปทั้งสามบรรจุความสงบสุขฯ
๗ เพื่อนๆ ของแดนนี่ร่วมแรงแข็งขันฯ
๘ เพื่อนๆ ของแดนนี่เที่ยวค้นหาสมบัติฯ
๙ แดนนี่พลัดไปติดแร้วเพราะเครื่องดูดฝุ่นฯ
๑๐ คณะเพื่อนเกลอช่วยกันบรรเทาทุกข์ฯ
๑๑ ความรักฝ่าอุปสรรคนานาเข้าหาโจเบิ้มฯ
๑๒ เพื่อนๆ ของแดนนี่ร่วมมือกันช่วยไพแร็ตฯ
ฯลฯ
ภาคผนวก












