ทั้งๆ ที่บทเรียนบทแรกๆ ในวิชาวรรณคดีว่าด้วยวัตถุประสงค์ของการอ่านวรรณคดีนั้นค่อนข้างจะเซ็กซี่ คือเพื่อให้เพลิดเพลินอารมณ์ ให้รู้รสพลังอำนาจของภาษา แต่ความสนุกเหล่านั้นย่อมไม่เกิดขึ้นจริง เพราะเราไม่ได้เพลิดเพลินอารมณ์กับวรรณคดีอย่าง “เครื่องบำเรอแก่กิเลส” แต่วิชาวรรณคดีมักจะขู่เสียงดังๆ ว่าเรากำลัง “แตะต้อง” ผลงานอันยิ่งใหญ่อันเป็นสมบัติของชาติอยู่ ดังนั้นการจะหาคนทั่วๆ ไปที่รักการอ่านวรรณคดีซักคนในยุคนี้จึงยากพอๆ กับการหาเหล้าสักขวดในอีเบร์…
การปลูกวรรณคดีให้ตื่นขึ้นมาครั้งนี้จึงต้งอใช้อาคม “ชุบบพิตรด้วยวิทยา” อันเป็นเคล็ดที่ไม่มีในอีเบร์เช่นกัน จึงจะเกิดผล ___ คำนำ, ปรามินทร์ เครือทอง
เพราะความสามัญ คือฐานะอันประหลาดที่วงวรรณคดีไทยไม่ยอมรับให้เป็นส่วนหนึ่งของกำพืดและกมลสันดาน การ “สงสัย” ว่าพระนเรศวรใส่รองเท้าหรือไม่ วันทองขี่ม้าท่าไหน เจ้าฟ้ากุ้งนั่งเรือลำใด หรือพระอภัยมณีกับนางเงือก..เอ่อ..ยังงั้นกันยังไง คือการทำให้วรรณคดีไทยเหล่านี้ได้มีฐานะทัดเทียมวรรณคดีคลาสสิคของชาติอื่นๆ เขาเสียที ฐานะอย่างที่งานเขียนของเชคสเปียร์,โฟล์คเนอร์,วูล์ฟ,จอยซ์ ฯลฯ เขามีกันตลอดมา นั่นคือฐานะของงานศิลปะที่มีชีวิต เลือดเนื้อ – อย่างสามัญ ___ คำนำสำนักพิมพ์, ไอดา อรุณวงศ์
สารบัญ
– อ่าน พระลอ : สงสัย ปู่เจ้าสมิงพรายเป็นใคร?
– อ่าน พระสงข์ : สงสัยพระสังข์ทำไมต้องตัดจมูก ตัดใบหูหกเขย?
– อ่าน ขุนช้างขุนเเผน : สงสัย นางวันทอง “ขี่ม้า” ท่าไหน?
– อ่าน ตะเลงพ่าย : สงสัย พระเนศวรใส่ “รองเท้า” ทำยุทธหัตถีหรือเปล่า?
– อ่าน พระอภัยมณี : สงสัย พระอภัยกับนางเงือก “นั่น” กันอย่างไร?
– อ่าน บทเเห่เรือ : สงสัย เจ้าฟ้ากุ้งนั่งเรือลำไหน?
– อ่าน อิเหนา : สงสัย “บุษบง” ของ “บุษบา” คัพอะไร?
– อ่าน มโนราห์ : สงสัย ประมาณไหนคือ “ดอกทอง”?
– อ่าน ลักษณวงศ์ : สงสัย ฮาวทู “เล่นเพื่อน” ?
– อ่าน จันทะโครบ : สังสัย “อุปสรรค” หญิงปลอมเป็นชาย ทำอย่างไรจึง “เเนบเนียน”?
ฯลฯ












