“ล่าม” (LAAM: The Thai Interpreter) เบญจวรรณ ภูมิแสน เสียงในโลกต่างภาษา
เขียนโดย นิธินันท์ ยอแสงรัตน์
160 หน้า 230 บาท มีภาพถ่ายประกอบตลอดทั้งเล่ม
สำนักพิมพ์ปาปาอินดี้ ในเครือ ฟลิกซ์เฟ่ (FLIXFE)
พิมพ์ครั้งแรก (ฉบับภาษาไทย) กรกฎาคม 2569
ฟรี! ที่คั่นหนังสือในเล่ม
.
เมื่อภาษากลายเป็นกำแพง “ล่าม” จึงกลายเป็นสะพาน
.
ผู้หญิงธรรมดา ที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางผู้คนต่างภาษา
ต่างวัฒนธรรม และต่างชะตากรรม
ผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำหน้าที่ “ล่าม”
แต่ในความเป็นจริง เธอทำมากกว่าการแปลภาษา
เธอแปลความกลัว ให้กลายเป็นความเข้าใจ
เธอแปลความทุกข์ ให้กลายเป็นความหวัง
เธอแปลความเงียบของผู้คน ให้กลายเป็นเสียงที่สังคมได้ยิน
.
หนังสือเรื่องนี้ จึงไม่ใช่เพียงชีวประวัติของผู้หญิงคนหนึ่ง
แต่เป็นเรื่องราวของแรงงานไทย คนไทยในต่างแดน
และผู้คนจำนวนมากที่เคยเผชิญกับโลกที่พูดคนละภาษา
.
เราหวังว่าหนังสือเล่มนี้ จะทำหน้าที่เป็น “ล่าม” อีกคนหนึ่ง
ล่ามระหว่างประสบการณ์กับความเข้าใจ
ล่ามระหว่างความเงียบกับการรับฟัง
และล่ามระหว่างหัวใจของผู้เล่าเรื่อง กับหัวใจของผู้อ่าน
.
สารบัญ
คำนำสำนักพิมพ์
คำนำของ “เบญจวรรณ ภูมิแสน”
บทที่ 1 โลกที่ได้ยินเสียง แต่ฟังไม่เข้าใจ
บทที่ 2 ก่อรูปความฝัน
บทที่ 3 ก้าวย่างแห่งวิชาชีพ : ประสบการณ์และความรุ่งโรจน์
บทที่ 4 ความจริงผ่านภาพยนตร์
บทที่ 5 ล่ามผู้ไม่เงียบเสียง : ส่งต่อความหวังและถ้อยคำ
.
คำนำของ “เบญจวรรณ ภูมิแสน”
ขอบคุณสำนักพิมพ์ปาปาอินดี้ ที่จัดพิมพ์หนังสือ “ล่าม” The Thai Interpreter เบญจวรรณ ภูมิแสน เสียงในโลกต่างภาษา เขียนโดย นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ เพื่อแนะนำชีวิตบางส่วนของดิฉันซึ่งเป็นที่มาของภาพยนตร์ The Thai Interpreter โดยเป็นหนังสืออีกเล่มที่แยกออกมาจากหนังสือ The Thai Interpreter ซึ่งดิฉันเขียนขึ้นสำหรับบทภาพยนตร์ เรื่องนี้ และจะเผยแพร่ทางออนไลน์โดย The Unbound Voices ตั้งแต่กรกฎาคม ปี 2569 เป็นต้นไป
.
ดิฉันทำหน้าที่ล่าม โดยเฉพาะ “ล่ามโรงพยาบาล” และ “ล่ามศาล” ให้ชาวไทยทั่วประเทศสหรัฐอเมริกามานานกว่าสามสิบปี แบกรับเรื่องราวมากมายที่ผ่านเข้ามา ไม่ต่างจากเงาที่เดินประกบชีวิตคนอื่นอยู่เงียบๆ ได้เห็นทั้งความทุกข์กายและทุกข์ใจของผู้คนได้ยินคำพูดที่ติดค้างในลำคอ ได้สัมผัสน้ำตาที่ไม่เคยไหลต่อหน้าคนในครอบครัว
.
ติฉันเขียนหนังสือมาแล้วกว่า 30 เล่ม ทั้งตำราสอนภาษาและชีวิตล่ามไทย กระทั่งวันหนึ่ง แฟนคลับจากงานเขียนและงานล่ามได้ตกลงจับมือกัน ชวนให้เรื่องเล่าทั้งหมดก้าวออกจากตัวหนังสือกลายเป็นภาพยนตร์ที่ “สนุก” ได้อย่างมีชั้นเชิงและ “มีสาระ” อย่างไม่ยัดเยียด-ถ่ายทอดประสบการณ์จริงของล่ามไทยในอเมริกาที่สั่งสมมากว่าครึ่งค่อนชีวิต ให้ผู้ชมได้สัมผัสผ่านจอเงิน
.
ยังไม่เคยมีภาพยนตร์เรื่องใดพาเราไปเห็น “เบื้องหลัง” การทำงานของล่ามศาลในโลกกฎหมายและในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ผู้คนคุ้นเคยกับเรื่องทนายความหรือการสืบสวน แต่กลับไม่ค่อยรู้ว่าในกระบวนการยุติธรรมยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างภาษา ระหว่างชะตากรรม และระหว่างความเป็นความตายของคดี-ล่าม ผู้ที่มักถูกมองข้าม ทั้งที่เป็นฟันเฟืองสำคัญอย่างยิ่ง”
.
ภาพยนตร์เรื่องนี้ อยากชวนให้ผู้ชมมองเห็น “ตัวตน” และ “คุณค่า” ของอาชีพที่ยืนอยู่ในที่ซึ่งไม่มีใครอยากยืน แต่จำเป็นต้องมีคนยืน และยิ่งไปกว่านั้น ยังอยากให้คนไทยที่เมืองไทยได้เห็นชีวิตจริงของคนไทยอพยพในอเมริกาว่าไม่ได้สวยหรูอย่างภาพในโลกโซเชียลเสมอไป คนจำนวนไม่น้อยมีชีวิตปากกัดตีนถีบ แลกทุกโอกาสมาด้วยหยาดเหงื่อ ความอตทน และการเริ่มต้นใหม่ครั้งแล้ว ครั้งเล่า
.
ท่ามกลางความยากลำบากนั้นเอง หนังยังเปิดพื้นที่ให้ “ความเป็นไทย” เปล่งประกายในระดับโลก ผ่านพลังซอฟต์พาวเวอร์–อาหารไทย นวดไทย ดนตรีไทย มวยไทย และภาษาไทย-สิ่งที่ติดตัวคนไทยไปได้ไกลกว่าพรมแดน แต่เหตุผลที่สำคัญที่สุด คือ โอกาสพิสูจน์ศักยภาพของคนไทยว่า เราสามารถผลิตงานระดับอินเตอร์ได้ไม่แพ้ชาติใด
.
นี่คือผลงานรวมใจของคนไทยในอเมริกา ที่ร่วมกันสร้างด้วยความเชื่อเดียวกันว่า “เรื่องของเรา” ควรถูกเล่าอย่างสง่างาม และควรถูกเห็นโดยคนไทยในอเมริกา คนไทยทั่วโลก-และใครก็ตามที่อยากเข้าใจชีวิตหลังความฝันของคำว่า “อเมริกา”
.
The Thai Interpreter ล่าม เป็นภาพยนตร์ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
.
เบญจวรรณ ภูมิแสน
กรกฎาคม 2569


























