ฤดูร้อนกับเธอและพลุไฟ
Summer Breathe
ผู้เขียน เหอกุ้ยเหริน 何贵仁
ผู้แปล ฟีฟี
สำนักพิมพ์ Dendrobium Books
ฟรี! ในเล่ม ที่คั่นหนังสือ และโปสการ์ด
.
Summer Breathe
ฤดูร้อนกับเธอและพลุไฟ
.
หนังสือเล่มนี้ถ่ายทอดเรื่องราวของสายใยครอบครัวและการเลือกเส้นทางชีวิต
เป็นเรื่องราวที่อบอุ่นและเยียวยาหัวใจ
พร้อมชวนให้เรากลับมาเป็น “ผู้ใหญ่” ที่เด็ก ๆ สามารถไว้วางใจได้
.
ได้รับกระแสตอบรับอย่างอบอุ่นจากผู้อ่านต่างชาติ
ช่วยเปิดมุมมองใหม่ ให้ได้เห็นประเทศไทยในอีกแง่มุมหนึ่ง
.
เรื่องย่อจากปกหลัง
ฮย็อนบินในวัยสิบห้าปี ออกเดินทางจากประเทศมาเลเซีย เพื่อหลีกหนีจากโลกที่วุ่นวาย
และมาพักอยู่ที่บ้านของลูกพี่ลูกน้องในประเทศไทย
.
ตึกสูงระฟ้า รถไฟฟ้าที่เสียงดังจอแจ ผู้คนแต่งกายอย่างมีสไตล์ …
ทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ล้วนแปลกใหม่สำหรับฮย็อนบิน
.
เมืองใหญ่ทำให้เขารู้สึกตื่นตะลึง แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ แต่บาดแผลจากอดีตยังคงปรากฏขึ้นในใจอย่างเงียบงัน
ระหว่างสถานที่ที่เคยฝากความเจ็บปวดไว้ กับสถานที่ใหม่ที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของอนาคต เขาจะเลือกเส้นทางใด?
.
สายลมยามค่ำของฤดูร้อน ไม่ได้มีเพียงเสียงจั๊กจั่นและลมอุ่นชื้น
แต่ยังมีอ้อมกอดที่หลงเหลือไออุ่นของใครบางคน ..
.
เกี่ยวกับผู้เขียน
เหอกุ้ยเหริน 何贵仁
นักเขียนชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากประเทศอังกฤษ ก่อนจะตัดสินใจลาออกจากหลักสูตรปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ เพื่อหันมาอุทิศตนให้กับงานสร้างสรรค์ทางศิลปะและการเขียนอย่างเต็มตัว
.
ผลงานเด่นของเขาได้แก่ ‘祭, 我所走过的梦魇’ และ 十六岁的夏天, 你忽然闯入了我的世界’ หลังจากตีพิมพ์ ผลงานของเขาก็ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม โดยติดอันดับหนังสือขายดีของ YaZhou ZhouKan และติดอันดับ Top 10 ขายดี รายปักษ์และรายเดือนของร้านหนังสือ Popular อย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่ยอมรับทั้งจากผู้อ่านและแวดวงวรรณกรรม
.
ในปี 2024 เขาได้รับการยกย่องจาก หนังสือพิมพ์ Guangming Newspaper สื่อทางการของจีน ให้เป็นหนึ่งใน “นักเขียนรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดของมาเลเซีย” ขณะเดียวกันผลงานของเขายังได้รับคัดเลือกจาก Sina ให้เป็น “หนังสือแห่งปีของมาเลเซีย ปี 2024” และ Tencent ได้กล่าวถึงว่าเป็น “เสียงจากหัวใจ..ที่ไม่มีใครได้ยิน (2011) เวอร์ชันมาเลเซีย” ซึ่งสะท้อนถึงคุณค่าเชิงวรรณศิลป์และการขับเคลื่อนประเด็นทางสังคมที่ทรงพลัง
.
ปัจจุบัน ผลงานของเหอกุ้ยเหริน ได้รับการซื้อลิขสิทธิ์ในหลายประเทศ อาทิ จีน เกาหลีใต้ อิตาลี โปแลนด์ เยอรมนี ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส และ ญี่ปุ่น


























