“…เขาไม่จำเป็นต้องแสวงหาภาพรวมหรือบทสรุปรวบยอดใดๆ อีกแล้วเขาเพียงเฝ้ามอง สังเกต กำซาบ และเบิกบานไปกับกิจกรรมเหล่านั้น คอยจำแนก แยกแยะ จับจังหวะ และลำดับมัน เขาเฝ้าดูการผันแปร เสื่อมสลาย การก่อกำเนิดวนซ้ำ ความซับซ้อนถูกทำให้ง่ายดายและไกลลงสู่ภาวะสุกงอมของความเข้าใจแล้วเขาก็ยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างโดยดุษณี ยอมรับความไร้เหตุผลของชะตากรรม…”
บางส่วนจากเรื่องสั้น ตำนานซิซีฟุส : ภาคถัดมา
“…เขาอธิบายไม่ได้ว่าทำไมถึงวนเวียนไปที่อุโมงค์ระบายน้ำพาตัวเองผลุบหายทั้งที่ไม่เคยได้ข้อสรุปหรือคำตอบใดจากการกระทำเช่นนั้น เขารู้สึกว่าตัวเองสูญเสียการควบคุม กำลังถูกกลืนกลายแต่เขาก็พอใจกับความมืดที่รัดรึง ได้จมลงสู่ประสาทสำนึกใหม่อันตื่นเร้า เขาจะนั่งนิ่งตรงจุดเดิม พิงผนังคอนกรีตเย็นชืด ม่านตาเบิกขยายจ้องเข้าไปในสิ่งอะไรที่เขาไม่รู้จัก หากเขาก็สามารถปรองดองกับมันได้เสมอ…”
บางส่วนจากเรื่องสั้น สุนทรีมืด
“…ฉันเชื่อว่าไม่มีสิ่งใดจะปรากฏหรือขาดหายไปโดยสมบูรณ์เช่นเดียวกับภาพของตัวฉันในอดีตกับปัจจุบันคงไม่ต่างกับตัวอักษรที่ถูกลบทิ้งแล้วเขียนใหม่ รอยเก่าจางๆ แม้จะเลือนไปบ้างแต่ก็ยังคงแฝงฝังอยู่บนผิวกระดาษนั้นเสมอ…”
บางส่วนจากเรื่องสั้น ความปรารถนา
“…ในหมู่พวกเราไม่มีความกลมเกลียวเหลืออยู่อีกแล้ว เราถูกกดขี่ถูกระทำเสียจนชินชา ดูเหมือนมันทำให้จิตใจของเราคับแคบ โดดเดี่ยว และอมทุกข์ เราหมดแรงจูงใจที่จะเคลื่อนขับอะไรไปกว่าที่เป็นอยู่ทั้งเราก็ไม่ค่อยไว้วางใจกันเป็นทุนเดิม ต่างสงสัยกันเองว่าถูกเอาเปรียบและกินแรงกัน ฉันสลดใจเมื่อได้เห็นว่า ความสิ้นหวังเป็นพลังที่ทรงอำนาจเหลือเกิน…”
บางส่วนจากเรื่องสั้น ลิงภูเขา
สารบัญ
ตัวประกอบ
เด็กระเบิด
วันหนึ่งของเธอ
ลิงภูเขา
สามสหาย
สุนทรีมืด
ตำนานซิซีฟุส: ภาคถัดมา
ความปรารถนา
ศูนย์อัสดง
จารึกไปในความเงียบงัน
















