“พ่อแม่วิเศษ เด็กมหัศจรรย์” เล่มนี้ ได้นำหลักการอันสร้างสรรค์ของความซับซ้อนและความไร้ระเบียบ มาใช้กับระบบชีวิตที่มีพลวัต ซึ่งเราเรียกว่าการเลี้ยงดูลูก การเป็นครูฝึก และการให้การศึกษา เด็กและพ่อแม่เหมือนกระจกที่สะท้อนกันและกัน แต่ละคนส่งผลต่อความอยู่ดีมีสุขของอีกฝ่าย สภาวะขจิตใจของพ่อและแม่และความสัมพันธ์เชิงอารมณ์กับลูก มีความสำคัญกว่ามาตรฐานการครองชีพและเสื้อผ้าแบรนด์เนมมากมายนัก เด็กที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ดี มีความั่นคง จะมีภูมิคุ้มกันจากการสอดแทรกเข้ามาของความรุนแรงหรือศัตรูจากโลกภายนอก จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เฉลียวฉลาดและมีความสุข สามารถรับมือกับสภาพความเป็นไปของโลกได้ ขณะเดียวกันก็ทำให้พ่อแม่มีความสุขไปด้วย
ซึ่งผู้เขียนมีจุดมุ่งหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงเด็กด้วยการเปลี่ยนแปลงผู้ใหญ่ โดยการใช้ความสัมพันธ์หรือพื้นที่ร่วมระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ให้เหมาะสมที่สุด ช่วยผู้ใหญ่ให้ค้นพบอัจฉริยภาพ “แบบเด็ก” ในธรรมชาติของตนอีกครั้ง ขณะที่ผู้ใหญ่ชี้แนะ ให้คำปรึกษาและเรียนรู้จากเด็กนั้น ความสามารถและความเป็นไปได้ใหม่ ๆ จะถูกปลุกขึ้นและพัฒนาในตัวผู้ใหญ่ นั่นหมายถึงส่งผลให้สภาพแวดล้อมในการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาเด็กต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง การเปลี่ยนแปลงผู้ใหญ่ เป็นการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่เราเรียกว่า ภาวะความเป็นเด็ก ซึ่งเปลี่ยนแปลงเด็ก ขณะเดียวกันย้อนกลับมาเปลี่ยนผู้ใหญ่ด้วย เราเรียกพลวัตที่ให้และรับซึ่งกันและกันอย่างสนุกสนานนี้ว่า “ความสัมพันธ์ที่เหมาะที่สุดต่อการเรียนรู้ (Optimum Learning Relationship)”
























