ในบรรดาพระสงฆ์ไทย “ครูบาศรีวิชัย” นับเป็นพระอริยสงฆ์ที่โด่งดังเป็นที่รู้จักกันทั้งประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิตของท่านมีผู้มานิมนต์ให้ไปสร้างวัดหรือศาสนสถานต่างๆอยู่เสมอ และเป็นที่รับรู้กันว่า ถ้าครูบาศรีวิชัยรับปากจะสร้างให้ ไม่ว่างานเล็กงานใหญ่งานยากสักปานใด งานนั้นต้องสำเร็จอย่างแน่นอน ท่านเป็นพระล้านนามาจากบ้านนอก (บ้านปาง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน) ได้ต่อสู้กับการปกครองคณะสงฆ์สยามอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี ได้รับการยกย่องจากคนเหนือว่าเป็น “นักบุญ” หรือ “ต๋นบุญ” ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดินล้านนาตราบจนทุกวันนี้
.
ครูบาศรีวิชัย: พระอริยสงฆ์แห่งความสำเร็จ “ฉบับ ๘๐ ปี สร้างทางขึ้นดอยสุเทพ (ปกแข็ง)
สารคดีชุด บุคคลสำคัญล้านนา
รุ่งวิทย์ สุวรรณอภิชน: ค้นคว้าและเรียบเรียง
ในบรรดาพระสงฆ์ไทย “ครูบาศรีวิชัย” นับเป็นพระอริยสงฆ์ที่โด่งดังเป็นที่รู้จักกันทั้งประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิตของท่านมีผู้มานิมนต์ให้ไปสร้างวัดหรือศาสนสถานต่างๆอยู่เสมอ และเป็นที่รับรู้กันว่า ถ้าครูบาศรีวิชัยรับปากจะสร้างให้ ไม่ว่างานเล็กงานใหญ่งานยากสักปานใด งานนั้นต้องสำเร็จอย่างแน่นอน ท่านเป็นพระล้านนามาจากบ้านนอก (บ้านปาง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน) ได้ต่อสู้กับการปกครองคณะสงฆ์สยามอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี ได้รับการยกย่องจากคนเหนือว่าเป็น “นักบุญ” หรือ “ต๋นบุญ” ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดินล้านนาตราบจนทุกวันนี้
มีเอกสารยืนอย่างชัดเจนว่า ครูบาศรีวิชัยถูกเพ่งเล็งจากอำนาจส่วนกลาง ส่งคนมาสืบความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาพยายามจะทำลายท่านและลูกศิษย์ของท่าน จนครูบาศรีวิชัยต้องอธิกรณ์ ถูกสอบสวนหลายครั้ง จนถึงขั้นวางแผนจะจับครูบาฯสึกให้ได้ แต่ถึงที่สุดแล้วคณะสงฆ์ส่วนกลางไม่กล้าเสี่ยงและไม่มีความชอบธรรมจะทำเช่นนั้นได้ ที่สำคัญ “กลัวเอาไม่อยู่” บทเรียนจากการ “ธรรมยาตรา” เมื่อต้นปี พ.ศ. 2462 ได้แสดงให้บ้านเมืองในเวลานั้นประจักษ์ว่า ครูบาศรีวิชัยไม่ใช่พระบ้านนอกธรรมดา มีที่มาที่ไปอย่างชันเจน พระอุปัชฌาย์ของครูบาศรีวิชัยคือครูบาสมณะ เจ้าอาวาสวัดบ้านโฮ่งหลวง สายตรงของสมเด็จเชษฐวชิรปัญญามหาเถระ วัดสันต้นธง จ.ลำพูน และยังเป็นลูกศิษย์ครูบาอุปละแห่งสำนักวัดดอยแต ซึ่งสืบสายเชื้อครูมาจากสำนักวัดป่าแดงหลวงอันเป็นสายเดียวกับครูบาฝายหินเชียงใหม่ ปฐมสังฆราชาของลานนาไทย
สายพระอุปัชฌาย์คือสายครูและสายศิษย์ ทั้ง 2 สายนี้คือขุมกำลังสำคัญที่สนับสนุนครูบาศรีวิชัยอย่างเข้มแข็ง เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กค้ำยันอย่างมั่นคง จนรัฐบาลสมัยนั้นไม่กล้าหักหาญหรือแตกหักกันไปข้าง
และที่สำคัญก่อนครูบาศรีวิชัยจะถูกกล่าวหาว่าเป็นพระอุปัชฌาย์เถื่อน! นั้น สมัยที่ครูบาสมณะยังมีชีวิตอยู่ ท่านเป็นเจ้าอารามาธิปติอธิบดีสงฆ์วัดบ้านโฮ่งแล้ว ท่านยังเป็นเจ้าคณะหัวหมวดแคว้นบ้านโฮ่งด้วย ได้มอบหมายให้ครูบาศรีวิชัยปกครองหัวหมวดอุโบสถในสายใต้แทนท่าน ให้เป็นเจ้าอธิการอุปัชฌาย์บวชกุลบุตรได้ตามพระวินัยบัญญัติแทน นี่คือความชอบธรรมตามจารีตคณะสงฆ์ล้านนา!
เรื่องราวของครูบาศรีวิชัย เป็นเรื่องที่คนทั่วไปสนใจกันมาก แม้ครูบาฯจะเป็นคนรูปร่างเล็กบอบบาง แต่เพราะอะไรท่านจึงสามารถทำให้คนทั่วไปเคารพนับถือเชื่อฟังคำสั่งสอนทั้งๆ ที่ไม่ใช่นักเทศน์ เป็นคนพูดน้อยห้วนๆไม่ค่อยบรรยายอะไรมากนัก แต่สามารถชนะใจคนทั้งหลาย สามารถทำงานยากๆให้สำเร็จโดยพลัน ครูบาศรีวิชัยมีความจริงใจในงาน ไม่ได้ทำงานเพื่อความโลภ ความหลง ไม่ได้ทำเพื่อตัวท่านเอง นอกจากต้องการความดี คือ บุญกุศลครูบาศรีวิชัยเป็นผู้เสียสละทำงานทุกอย่างเพื่อส่วนรวม ที่ครูบาศรีวิชัยมีดีกว่าคนอื่นๆ คือครูบาฯ เป็นผู้มีโลภะน้อย โมหะน้อย โทสะน้อย เป็นผู้ใฝ่แต่ทำความดี เพราะท่านตั้งปณิธานปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งในอนาคต ในระหว่างที่ยังต้องท่องเที่ยวอยู่ในสังสารวัฎนี้ท่านก็เป็นพระโพธิสัตว์
ครูบาศรีวิชัยได้รรับความยกย่องนับถือจากคนทุกเผ่าไม่ว่าจะเป็นชาวป่าชาวเขาชาวบ้านชาวเมือง ต่างหลั่งไหนอยากทำบุญกับครูบาศรีวิชัย
ท่านได้จาริกไปช่วยก่อสร้างวัดต่างๆ ทั่วภาคเหนือการสร้างสิ่งต่างๆของครูบาศรีวิชัย ท่านไม่ได้สนใจเรื่องเงินทองมีหน้าที่ “นั่งหนัก” ให้ศีลให้พรแก่ผู้มาร่วมทำบุญ ส่วนการก่อสร้างเสร็จแล้ว ครูบาฯก็จะโยกย้ายไปที่อื่น โดยไม่ได้นำทรัพย์สมบัติอันใดของที่นั่นไปเลย คือ ครูบาฯมาอย่างไรก็จากไปอย่างนั้น ส่วนมารดาบิดาของครูบาศรีวิชัยนั้น อาศัยอยู่กระท่อมหลังเดิมตลอดชีวิต ไม่ได้ร่ำรวยขึ้นมาอย่างที่หลายคนร่ำลือกัน…




























