ปรมหังสา โยคานันทะ (1893-1952) ผู้ประพันธ์ผลงานวรรณกรรมมิติธรรม อัตชีวประวัติของโยคี
ข้าพเจ้าเชื่อว่าผู้ที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ จะพบว่าความหมายที่ถูกฝังกลบมานานยี่สิบศตวรรษได้ถูกเปิดเผย ณ ที่นี้เป็นครั้งแรก หนังสือเล่มนี้เป็นการตีความพระวจนะของพระเยซูคริสต์ในลักษณะที่พระองค์เองจะตรัสกับผู้คนในยุคนี้– นี่คือสัจธรรมที่ทรงเผยแก่พระสาวก และเป็นความจริงที่ทรงปรารถนาให้ผู้คนที่มีศรัทธาทั่วโลกในทุกยุคทุกสมัยได้เข้าใจ
– ปรมหังสา โยคานันทะ
ด้วยปัญญาญาณ ปรมหังสา โยคานันทะ ได้เผยให้เห็นอย่างกระจ่างถึงคำสอนอันเป็นสัจธรรมในทุกสมัยของพระเยซูคริสต์ ว่าด้วยการปฏิบัติธรรมประจำวันและการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระผู้เป็นเจ้า อรรถาธิบายคำสอนแต่ละบทผ่านทางเรื่องเล่าและนิทานสุภาษิต และแสดงให้เห็นความน่าอัศจรรย์ของศรัทธา วิธีที่จะเข้าถึงความเป็นพระเจ้าในอัตภาพมนุษย์และได้รับความรักของพระองค์ความสุขแห่งการรับใช้และการสละทางโลกภายในใจ วิธีดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับพระบัญญัติและได้รับพรที่มาพร้อมกับบัญญัติเหล่านั้น วิธีการใช้ทรัพย์สมบัติอย่างถูกต้อง จุดมุ่งหมายทางธรรมของการแต่งงาน และอื่นๆ อีกมากเช่น
๐ ความเข้าใจคำอธิฐานขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่น้อยคนนักจะเข้าใจ
๐ ความนัยที่แท้จริงของ “การฟื้นคืนของพระเยซูคริสต์” และ “วันสิ้นโลก”
๐ พระเยซูคริสต์ทรงฟื้นคืน และกลับสู่สรวงสวรรค์เยี่ยงไร
๐ ปาฏิหาริย์เช่น “ขนมปังและปลา” การที่ทรงพระดำเนินบนผิวน้ำ และชุบชีวิตลาซารัส
๐ ความหมายที่แท้จริงของงานฉลองคริสต์มาสและอีสเตอร์
๐ คำสอนที่เป็นของพระเยซูอย่างแท้จริงสามารถทำให้มวลมนุษย์สมัครสมานกัน แทนที่จะแตกแยกกัน
“จงรู้ว่า อาณาจักรของพระเจ้าอยู่ในตัวท่าน” เข้าใจคำสอนที่ซ่อนเร้นในพระคริสตธรรมคัมภีร์ “มนุษย์ทุกคนมีศักยภาพที่จะเข้าถึงสิ่งสูงสุด ที่ก้าวข้ามการแตกแยกทุกประเภท สิ่งสูงสุดเป็นธรรมชาติหรือสภาวธรรมที่ดำรงอยู่ในและนอกทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกกาลสถาน เป็นนิจนิรันดร์ ใหญ่โตไม่มีที่สิ้นสุดแต่เชื่อมโยงทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียว สภาวธรรมสูงสุดนี้นิยามไม่ได้ด้วยการคิดด้วยเหตุผล แต่สัมผัสถึงการมีอยู่ได้ด้วยประสบการณ์ ผู้ที่ประสบสภาวธรรมเช่นนี้ ตระหนักว่าเป็นทิพยสัมผัส หรือความศักดิ์สิทธิ์แต่ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร หรือเรียกว่าอะไรต่างๆ กัน เช่น บรมสัจจะบ้าง บรมธรรมบ้าง พระผู้เป็นเจ้าบ้าง พระแม่ธรรมชาติบ้าง ความว่างบ้าง ธรรมอันไม่ปรุงแต่งหรืออสังขตธรรมบ้าง หรือ ความจริง ความดี ความงามบ้าง
” ไม่ว่าจะในชื่อใด ความเป็นสากลของสภาวธรรมสูงสุดที่ผู้คนในต่างกลุ่มภาษาเผ่าพันธุ์ที่ได้สัมผัสคือความรู้สึกปิติสุขอันซาบซ่านทั่วทั้งสรรพางค์กาย และไมตรีจิตอันไพศาลต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสิ่งที่รวมเรียกว่าความรู้สึกอันเป็นทิพย์ ความรู้สึกอันเป็นทิพย์เกิดขึ้นจากธรรมสัมผัส หรือการตระหนักรู้ว่าอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ในตัว หรือจิตของตนรวมกันเข้ากับมหาตมัน ‘การเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสต์’ จะให้ความกระจ่างแก่เราได้”
– ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี












