ลูกไพร
เขียนโดย น้อย อินทนนท์ (นามปากกาของ มาลัย ชูพินิจ)
สำนักพิมพ์กระท่อม ป.ล.
พิมพ์ครั้งที่ 8 ปี 2569 (วาระครบรอบ 120 ปีชาตกาลมาลัย ชูพินิจ)
ปกอ่อน – ปกปีก
หนา 419 หน้า ราคา 290 บาท
.
นวนิยายผจญภัยลี้ลับในป่าดงพงพีเมืองไทยของนักประพันธ์ผู้ยิ่งยง มาลัย ชูพินิจ ผู้เขียนนวนิยายชุด “ล่องไพร”
.
สารบัญ
-สองเพื่อนตาย
-หัวใจเสือโคร่ง
-จั่นห้าว
-แม่ตานี
-เผ่าว้ากินคน
-ระกาสาวชาวบ้าน
-สู่ดินแดนของจันทา
-เหยื่อล่อเสือ
-เพลงศึกเผ่าลัวะ
-จันทาและกากิม
-ภัยป่า
-โมคละพรานเฒ่า
-ผจญป่าช้าผีติบ
-เจ้าแม่แห่งอะแจ
-เลือดหรือเนื้อ
-ศึกต่างเผ่า
-ผู้ปกครอง
-นกฟ้า และการอำลา
.
จาก “ล่องไพร” ถึง “ลูกไพร”
นิยายผจญภัยในป่าดงพงไพรของเมืองไทยมีไม่มากนัก และแทบจะไม่เพิ่มขึ้นจากที่มีอยู่สักเท่าใด
.
นอกจากนักประพันธ์ส่วนใหญ่สมัยนี้ไม่ค่อยมีใครสนใจเขียนนิยายประเภทนี้ และบรรดานักนิยมไพรก็หาใช่นักประพันธ์ไปเสียทุกคนไม่แล้ว ถึงอยากจะเขียนนิยายเกี่ยวกับป่าดงพงพีสักแค่ไหน ก็คงนึกไม่ออกว่าจะไปหยิบยกเอาสถานที่ใดมาเป็นฉากในท้องเรื่อง
.
เพราะสมัยนี้ ป่าดงพงพีแทบไม่มีอะไรเหลือไว้เป็นไพรเป็นป่าอีกแล้ว เขียนออกไปแทนที่จะเป็นเรื่องตื่นเต้นผจญภัย จะกลายเป็นนิยายขำขันไปเสียเปล่าๆ
.
ย้อนอดีตไปสมัย “กึ่งพุทธกาล” ไม่นานมานี้ แค่สามสิบหกปีเท่านั้นเอง สมัยนั้นทุกคืนวันจันทร์ พอใกล้จะสามทุ่ม ทุกคนในบ้านไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ทุกเพศทุกวัย จะไปชุมนุมรุมล้อมก้นอยู่ที่หน้าเครื่องรับวิทยุ เพื่อฟังละครดังที่ยังไม่มีเรื่องใดลบสถิติความยิ่งใหญ่ลงได้แม้ในปัจจุบัน ทางสถานีวิทยุ ท.ท.ท.
.
ละครวิทยุเรื่องนั้น ชื่อ “ล่องไพร” เป็นนิยายผจญภัยในป่า เขียนโดย น้อย อินทนนท์ คนนำมาจัดทำเป็นละครวิทยุคือ สรรพสิริ วิรยศิริ โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด หรือจะว่าชัดๆ ก็ข้าราชการจากกรมประชาสัมพันธ์ที่ถูกส่งมาทำงานในบริษัทนั้นเป็นผู้แสดง
.
ตัวละครสำคัญในเรื่องซึ่งเป็น “ตัวยืน” ออกอากาศแทบจะทุกตอนมีอยู่แค่ ๓ คนเท่านั้น คือตัว “ข้าพเจ้า” หรือ “ศักดิ์ สุริยัน” ซึ่งรับบทโดย สมชาย มาลาเจริญ “ร.อ.เรือง ยุทธนา” แสดงโดย อาคม มกรานนท์ และ “ตาเกิ้น” รับบทโดย ธนะ นาคพันธุ์
.
“ล่องไพร” ครองความยิ่งใหญ่ เป็นขวัญใจแฟนๆ มานานหลายปี โด่งดังชนิดที่ไปถามคนที่เดี่ยวนี้อายุ ๕๐ ปีขึ้นไป ไม่มีใครที่ไม่รู้จักหรือลืมเลือนพฤติการณ์ของกระทิงร้ายอย่าง “ไอ้เก” ช้าง “งาดำ” และความอับโชคของ พะสะอู “มนุษย์นาคา” อย่างไลสง “ป่าช้าช้าง” ของ ดิเรก “ตุ๊กตาผี” หรือ “มนุษย์หิมพานต์” ฯลฯ
.
จากนั้น น้อย อินทนนท์ ก็สร้างนิยายผจญภัยในไพรพฤกษ์เรื่องใหม่ โดยตั้งใจจะให้เป็นของขวัญแก่เยาวชนนักอ่านโดยเฉพาะ
.
นิยายเรื่องนั้นคือ “ลูกไพร” ที่ท่านกำลังถืออยู่ในมือขณะนี้นั่นเอง
.
แม้จะเป็นการเผชิญภัยของเด็กๆ และมีขนาดความยาวเพียงตอนเดียวจบ แต่ความสนุกของ “ลูกไพร” ก็มิได้ด้อยไปกว่า “ต้นแบบ” อย่าง “ล่องไพร” แม้แต่น้อย
.
ตัวเอกในเรื่องอย่าง “นายน้อย” หรือ “แสน” ก็คือตัวแทนของ “ลูกกรุง” ทั้งหลาย ในขณะที่ “เขิ่ง ก็เปรียบเสมือน “ลูกไพร” หรือลูกป่าลูกดงทั่วไปนั่นเอง
.
แม้จะไม่เก่งกาจขนาด “ตาเกิ้น” พรานใหญ่ใน “ล่องไพร” เพราะวัยและประสบการณ์ที่แตกต่างกัน แต่ในฐานะลูกพรานผู้เกิดและเติบโตมาในป่าเป็นเวลาช้านานตามสมควร ทำให้ “เขิ่ง” มีความสามารถพอตัวในการดำรงชีวิตในป่า รวมทั้งพา “นายน้อย” ของแกให้รอดพ้นจากภยันตรายทั้งปวงอย่างน่าตื่นเต้น แม้จะเป็นเพียงเด็กในวัยเล็กขนาดนั้น
.
ผู้เขียนคงไม่คาดฝันมาก่อนว่า ทั้ง “ตาเกิ้น” ใน “ล่องไพร และ “เจ้าเชิ่ง” ใน “ลูกไพร จะกลายมาเป็นมนุษย์จริงๆ ที่มีชีวิตมีเลือดเนื้ออย่างในปัจจุบัน เพราะเมื่อข้าพเจ้าเอามาตั้งเป็นชื่อเล่นให้ลูกชายคนโตและคนรองตามลำดับนั้น เป็นเวลาที่ “คุณปู่” ของทั้งสองคนล่วงลับไปนานแล้ว โดยที่ทั้งปู่และหลาน ต่างฝ่ายต่างไม่มีโอกาสพบหน้าค่าตากันเลยในชีวิตจริง
.
นอกจากเป็นอนุสรณ์ให้ตัวละครในนิยายผจญภัยบริสุทธิ์ทั้งสองเรื่อง ซึ่งข้าพเจ้ารักมาก แม้จะมิใช่เรื่อง “ดีที่สุด” ของพ่อ ข้าพเจ้ายังหวังจะให้ทั้ง “เกิ้น” และ “เขิ่ง” เติบโตขึ้นมาด้วยความรักในป่าดุจเตียวกับตัวละครทั้งสอง แม้ปัจจุบันแทบจะไม่เหลือป่าไว้ให้รักสักเท่าใดนักก็ตาม
.
เหนืออื่นใด เขาจะได้ตระหนักว่า ป่าคือธรรมชาติที่ควรหวงแหนเอาไว้ อย่างน้อยที่สุด มนุษย์ก็พอจะหาความจริงใจจากในป่าได้ยิ่งกว่าในเมือง
.
กิตติ ชูพินิจ
กระท่อม ป.ล.
๑๕ เม.ย. ๓๖


























