กระดูกสันหลังของหนังสือคือสิ่งสุดท้ายที่คงเหลือ
本の背骨が最後に残る
The Spine of The Book is The Last one left
ชาเซ็นโด ยูกิ (Shasendo Yuki) เขียน
ธีรัตต์ ธีรพิริยะ แปล
สำนักพิมพ์ปลาคาร์ป
พิมพ์ครั้งที่ 1 ธันวาคม 2568
ปกอ่อน มีแจ๊คเก็ตหุ้มปก
ใช้ปกเดียวกับฉบับภาษาญี่ปุ่น (สวยสุดๆ)
.
จากปกหลัง
การเผาหนังสือคือความเริงรมย์สูงสุดฉันใด
การเผามนุษย์ก็เป็นความน่าอภิรมย์ขั้นสุดฉันนั้น
.
ณ ประเทศนี้สิ่งที่เรียกว่าหนังสือคือมนุษย์ผู้กักเก็บเรื่องเล่าไว้กับตนเอง
หนังสือหนึ่งเล่มจะบรรจุได้เพียงหนึ่งเรื่องราว
และเมื่อใดที่หนังสือเล่มนั้นพบข้อผิดพลาด
มันจะถูกเผาทำลายทิ้ง
นักเดินทางผู้หนึ่งได้พบกับ โทว หนังสือตาบอดผู้แหกกฎ
และบรรจุเรื่องเล่าไว้ถึงสิบเรื่องด้วยกัน
.
เพราะเหตุใดทำไมผู้คนที่นี่ถึงได้หมกมุ่นและคลั่งไคล้กับการเป็นหนังสือมากเช่นนี้
The Spine of The Book is The Last one left
นวนิยายรวมเรื่องสั้นสุดวิจิตรที่มาพร้อมกับความสิ้นหวัง
.
โลกที่เชื่อว่ามนุษย์ผู้ละสังขารจะทิ้งร่างไปเป็นสัตว์อื่น
ฝันร้ายของเด็กสาวผู้รู้สึกตัวขึ้นมาก็พบกับการไล่ล่าที่ไม่มีวันจบสิ้น
ราชินีแห่งความเจ็บปวดผู้น้อมรับความทรมานจากข้าบริวาร
สายฝนมรณะ
สถานบำบัดกับการรักษาสุดสะพรึง
…
สารบัญ
-กระดูกสันหลังของหนังสือคือสิ่งสุดท้ายที่คงเหลือ
-ตายไปใครเล่าจะรู้ศพ
-ดอปเพิลเยเกอร์
-ปกรณัมการสมรสของราชินีแห่งความเจ็บปวด
-ตำนานเจ้าหญิงปลาทอง
-เทวบำบัด
-อันว่าหนังสือก่อร่างสร้างเล่มจากกระดูกสันหลัง
.
“…ตอนเห็นภาพปกเล่มนี้ครั้งแรกก็รู้สึกว่าทำไมปกถึงสวยขนาดนี้นะ (จนเป็นเหตุให้ตัดสินใจใช้ปกต่างประเทศในที่สุด) แล้วไหนจะชื่อเรื่องกระดูกสันหลังของหนังสือคือสิ่งสุดท้ายที่คงเหลือ ที่อ่านแล้วก็ได้แต่งงว่าเนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับอะไรกันแน่ จนพอได้รู้เรื่องย่อของแต่ละตอนก็คิดว่าทำไมมันถึงฟังดูประหลาดขนาดนี้ และเมื่อได้อ่านต้นฉบับ นอกจากแนวคิดที่แปลกล้ำและความสยดสยองระคนความงดงามเนื้อหาในแต่ละตอนยังพาให้ไปสำรวจกับความดำมืดในจิตใจมนุษย์ สัญชาตญาณ และความโหดเหี้ยม…”
-บางส่วนจาก จากใจสำนักพิมพ์
…
“…สันคาดต้นฉบับญี่ปุ่นที่มีการบอกว่า [อย่าอ่านจะดีกว่า เดี๋ยวจะถอนตัวไม่ขึ้น]) เปรยมาแบบนี้เลยยิ่งสนใจไปใหญ่ครับว่าจะเป็นเรื่องยังไง จนได้ลองไปอ่านคอมเมนต์ของเรื่องนี้จากนักอ่านชาวญี่ปุ่น ตกใจเหมือนกันที่คอมเมนต์เป็นเอกฉันท์มาก เป็นทำนองว่า [ชวนแหวะ] [สยอง] [น่ากลัว] [น่าขนลุก] ทว่าไม่ใช่แค่นั้น เพราะยังมีคำวิจารณ์ว่า เป็นเรื่องที่[งดงาม] และบางตอนยังมีการ [ฉุดช่วย] ด้วย…เครื่องหมาย ? ก็ปรากฏขึ้นในหัวเลยครับ อะไรนะ? สยดสยอง แต่งดงาม ฉุดช่วย มันเป็นยังไงกันล่ะนั่น (ระหว่างนั้นก็เห็นชื่อเรื่องปกรณัมการสมรสของราชินีแห่งความเจ็บปวดกับตำนานเจ้าหญิงปลาทอง ที่บรรดานักอ่านคอมเมนต์ชื่นชมกันเพียบ ว่าไม่ไหวแล้วสะเทือนใจไม่ไหว เศร้าเกินไป ก็เลยจำชื่อสองตอนนี้ไว้อย่างดีก่อนอ่านครับ) พอตอนอ่านเนื้อเรื่องจริง ก็เหมือนกับที่อ่านคอมเมนต์มาเลยครับว่าแทบทุกเรื่องจะเปิดฉากแบบชวน ??? ก่อน…”
-บางส่วนจาก จากใจผู้แปล


























