“ทางกลับบ้าน” ถือเป็นมรดกทางความคิดที่สั่งสมมาตลอดระยะเวลาเดินทางตั้งแต่ออกจากสงขลาบ้านเกิด ต่อมาไปอยู่ปัตตานี ไปศึกษาต่อที่อินเดีย กลับมาแต่งงานปักหลักที่ปักษ์ไต้ นครศรีธรรมราช รวมทั้งทํางานในกรุงเทพมหานคร
.
กระนั้น “ทางกลับบ้าน” ก็มิใช่เกิดจากการตกผลึกทางความคิดของผู้เขียนเพียงถ่ายเดียว แต่ถูกหล่อหลอมและกลายเป็นคฤหาสน์แห่งความทรงจำผ่านตัวอักษรจากงานเขียนที่เคยอ่านหรือเรื่องเล่าในชุมชนที่เคยได้ยิน
.
“ทางกลับบ้าน” เปรียบเสมือนการตรวจตราตนเองและตระเตรียมความพร้อมด้วยการหักร้างถางพงแห่งความอวิชชา และอัตตาที่อยู่ในตัวตนให้หมดสิ้นไป ท้ายที่สุดเราทุกคนต้องเดินทางกลับบ้านเกิดด้วยความพร้อมทั้งกายและใจ รวมทั้งจิตวิญญาณ
.
“ความตายจึงมีใช่การดับสูญ แต่เป็นการเริ่มต้นใหม่ที่นิรันดร์”
-จากปกหลัง
























