Wisdom in Style
ผมพบตัวเองนั่งอ่านหนังสือพิมพ์รายวัน
อยู่ในร้านกาแฟติดกับจัตุรัสแห่งหนึ่งในฟลอเรนซ์
.
มันเป็นช่วงเวลาบ่ายที่มีแสงแดดอ่อนๆ
ทอดลำยาวเข้ามาในโถงทางเดิน
ผู้คนด้านนอกเดินกันขวักไขว่ แต่ไม่ถึงกับวุ่นวายนัก
เป็นจังหวะที่กำลังดี เปิดพื้นที่ของเวลา
ให้เราได้ครุ่นคิดใคร่ครวญถึงปัญหาที่ผ่านมาในชีวิต
และในบางขณะเมื่อหยิบเอสเปรสโซ่ขึ้นมาจิบ
เราอาจหยุดคิดและวางจิตให้สถิตอยู่ที่ริมฝีปาก
ซึ่งกำลังสัมผัสกับรสชาติเข้มขม กล่อมกลม
อันเป็นส่วนผสมรื่นรมย์ของชีวิต
ปัญญานำพาลีลาชีวิต
.
อิตาลีจึงมีชีวิตตามติดอยู่กับเราทุกที่
ในร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้า โรงโอเปร่า
กระทั่งในคาเฟ่เล็กๆ ที่มีอยู่ทุกย่านการค้า
เป็นคาเฟ่ธรรมดาที่ผู้คนพากันมาจิบกาแฟ
สนทนาและเจรจาเรื่องชีวิต
.
เมื่อทุกสถานที่มีชีวิต
อิตาลีจึงคล้ายเนรมิตสรวงสวรรค์ขึ้นมาบนโลกมนุษย์
มนุษย์ทุกชนชั้นจึงสามารถเข้าถึงความสุขได้โดยง่าย
โดยไม่ต้องตะเกียกตะกายขึ้นสวรรค์
เพราะคนอิตาลีนั้นได้สรรค์สร้างสวรรค์ขึ้นมาแล้วบนผืนโลก
.
สมดังคำกล่าวในอุปรากรของจูเซปเป เวร์ดี (Giuseppe Verdi) ที่ว่า
หากแม้ข้าได้ครอบครองอิตาลี
จักรวาลที่เหลือยินดีมอบท่าน
.
ความฝันในอุปรากรของเวร์ดีดูจะเป็นความฝันเดียวกับที่คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) มี ในภาคสุดท้ายที่ บรูซ เวย์น (Bruce Wayne) ไม่ต้องปฏิบัติหน้าที่แบตแมน (Batman) แผนการใช้ชีวิตเปี่ยมสุขหลังเกษียณคือการนั่งเขียนบันทึก อ่านข่าวสาร และสนทนาเรื่องราวในชีวิตกับหญิงสาวคนรัก โดยทิ้งภารกิจหลักทั้งหลายให้กลายเป็นอดีต และจะมีที่ไหนที่บรูซ เวย์น เลือกไป ถ้าไม่ใช่อิตาลี
.
บรูซ เวย์น ไม่ใช่คนแรกและคนสุดท้ายที่ค้นพบความลับข้อนี้ ในเดือนกันยายน ปี 1876 โยฮันน์ โวล์ฟกัง ฟอน เกอเธ่ (Johann Wolfgang von Goethe) นักเขียนนามอุโฆษชาวเยอรมันได้ใช้เวลาร่วมสองปีเดินทางท่องไปในสรวงสวรรค์แห่งนี้ และเป็นอิตาลีนี่เองที่ปรับเปลี่ยนความคิดและชีวิตของเกอเธ่ไปอย่างไม่หวนกลับ ดังที่ลำดับไว้ในงานเขียนที่ชื่อ Italian Journey เกอเธ่กล่าวว่า
ข้าพเจ้ากลายเป็นคนที่แตกต่างไปโดยไม่ตั้งใจ
ข้าพเจ้าเฝ้าถามตอนเองว่า นี่ข้าพเจ้าเป็นบ้าเมื่อมาอิตาลี
หรือว่าที่ผ่านมานี้ ข้าพเจ้าเป็นบ้ามาโดยตลอด
.
เกอเธ่เดินทามงจากโรม สู่เนเปิลส์และซิซิลี เขาคลุกคลีกับโบราณสถาน อาราม และผู้คน เขาดั้นต้นไปจนถึงยอดภูเขาไฟวิสุเวียส (Vesuvius) ความงดงามของธรรมชาติ อารยธรรม และศิลปะที่มนุษย์อันมีอารยะสร้างทำขึ้น ทำให้เกอเธ่ต้องตกตะลึงเพราะมันสั่นสะเทือนไปถึงแก่นใจ จนกลายเป็นปัจจัยที่เขาใช้หลอมรวมร่วมสร้างตนเองขึ้นมาใหม่ หลังเดินทางอยู่ในอิตาลีเป็นเวลาแรมปี
.
สิ่งที่เกอเธ่สัมผัสได้เบื้องนอก คือสิ่งที่เรียกว่า Style of Living ขณะที่สิ่งที่สั่นสะเทือนจิตวิญญาณด้านใน กลับเป็นเส้นทางการผจญภัย คล้ายการจาริกไปในแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ดังที่เขาลิขิตว่า “We are all pilgrims who seek Italy.” ผมเชื่อว่านี่คือคุณสมบัติที่เราจะมี ถ้าเราค้นพบอิตาลีผ่านสรรพสิ่งนานาเฉกเช่นที่ปราชญ์ยุคก่อนได้ค้นหาและพบปัญญาที่อิตาลี
.
– ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา












