วรรณกรรมชิ้นเอกของโลกอีกเรื่องหนึ่งในสมัยปลายศตวรรษที่ 19 ว่าด้วยเรื่องของกรรมกรหลากรุ่นหลายวัยแห่งเหมืองถ่านหินในแถบถิ่นภาคเหนือของประเทศฝรั่งเศส
เอมิล โซลา พาผู้อ่านไปรู้ไปเห็นสภาพชีวิตและภาวะจิตใจในแต่ละห้วงยามของตัวละครทั้งสองฝ่ายซึ่งกลายเป็นปฏิปักษ์กันในเวลาต่อมา อันเนื่องมาแต่สาเหตุแห่ง ‘ความจำเป็น’ หรือเงื่อนไขในชีวิตที่เป็นจริงบีบคั้น นั่นคือปฏิสนธิแห่งความอยุติธรรม! ก่อนสถานการณ์จะขับเคลื่อนไปสู่การ ‘ลุกขึ้นสู้’ ของผองชนผู้จนตรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถึงจุดเกินกล้ำกลืนฝืนทนไหว กระทั่งนำมาซึ่งหายนะครั้งใหญ่ด้วยกันทั้งสองฝ่ายในท้ายที่สุด
‘พืชพันธุ์แหงการต่อสู้’ ไม่ใช่นวนิยายปลุกเร้าหรือโฆษณาชวนเชื่อเชิงอุดมการณ์แต่อย่างใด หากฉายให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคมอย่างถึงแก่น ขณะเดียวกันก็สะท้อนธาตุแท้หรือตีแผ่สันดานมนุษย์อย่างไม่ไว้หน้า
นวนิยายเรื่องนี้จึงมิได้มีคุณค่าในฐานะรายงานความอัปลักษณ์ของสังคมชนชั้น ทว่าท่านผู้ประพันธ์หรือเอมิล โซลาได้แสดงให้เห็นถึงการทำการบ้านมาอย่างละเอียดยิ่ง จนเหตุการณ์ทุกฉากล้วนสมจริงทรงพลัง
ทั้งหลายนี้เพื่อชี้เตือนให้เราตระหนักในปัญหาประดามี จะได้ไม่เผลอไผลไปผลิตซ้ำ หรือถูกอำนาจมืดครอบงำจนกระทำการเบียดเบียนกันและกัน!












