ดาวา หมาภูฐาน แม่กับพี่ๆ ถูกวางยาตายทั้งบ้าน อนาถา อยู่โดดเดี่ยวในโลกอย่างสุนัขกำพร้า แต่ดาวาถนัดด้านภาษาอย่างน่าอัศจรรย์ เพราะเคยเป็นนักแปลในชาติก่อน เคย
อยากจะเรียนรู้แต่ไม่อาจทำตามฝัน เกิดมาชาตินี้กรรมเก่ายังพัวพัน คิดแต่การเดินทางอย่างน่าแปลกใจ
ดาวาเสียงดีราวปี่วิเศษ เป็นหัวหน้านำการหอนด้วยเลิศเสียงเศร้า ใส หมาทั้งทิมพูรู้ว่าดาวาเป็นใคร ทุกตัวค้อมหัวให้ว่าเสียงดี วันหนึ่งดาวาติดโรคเรื้อน เกรงเพื่อนจะรังเกียจให้เสียศรี ทั้งยังมีเรื่องการเมืองคอยราวี คอยจะเลื่อยขาเก้าอี้อยู่ร่ำไป
ดาวาตัดสินใจสละอำนาจ เดินทางไกลยาตราหาถ้ำศักดิ์สิทธิ์ที่คนโบราณบอกว่ามีอำนาจฤทธิ์ รักษาเจ้าหญิงโรคเรื้อนได้หายสนิท ทั้งยังบรรลุธรรม
ดาวานำเราไปเยือนทั่วภูฐาน วัฒนธรรมแต่ก่อนกาล ได้รู้สิ้นเข้าใจสังคมการเมืองของภูฐานอย่างที่เป็นจริง เสนอสิ่งที่ต้องย้อนมองตน ดาวาพบพระดีมีเมตตา ได้ปฏิบัติภาวนาอยู่ใกล้ท่านท่ามกลางป่าเขาอยู่เนานาน โรคเรื้อนอันตรธานไปได้จริง เมื่อเข้าถึงบรมธรรมความเรียบง่าย ดาวากลับบ้านได้อย่างยินดียิ่ง ครูที่เคยรู้จักตายไป เสียดายจริง ไม่ได้บอกสิ่งที่ตนรู้ให้ครูผู้หวังดี แต่ดาวาประจักษ์ความจริงของชีวิต มองญาติมิตรบ้านเมือง
ด้วยรักล้นปรี่ เข้าใจความเปลี่ยนแปลงที่เกิดทุกนาที ปลายชีวีจึงสงบพบศานตีที่บุมทัง
คุณกุนซัง โชเดนมอบหนังสือเล่มนี้ให้ อ่านแล้วถูกใจ แอบฝันว่า จะแปลเป็นภาษาไทยให้อ่านกัน เมื่อท่านอนุญาต งานเดินไปไหลหลั่ง แปลงานเล่มนี้รวดเร็วนัก เพราะหลงรักดาวาหมาผู้มีความหวัง ข้ามปมด้อยของตนด้วยจิตใจดีมีพลัง ตั้งใจฝึกการหอนศิลปะที่หมายปอง จากโคโตะหลังโกงขาดสารอาหาร เปลี่ยนเป็นดาวาดวงจันทร์อันเรืองรอง
ดาวาเป็นตำเรียนของเด็กภูฐาน หวังให้เด็กไทยได้อ่านลับสมอง ระลึกถึงวัฒนธรรมดีงามตามครรลอง ประคับประคองคุณธรรมเพื่อความงอกงามทั้งกายใจ
– สดใส ขันติวรพงศ์
19 มิถุนายน 2560
ดาวา สุนัขสีเหลืองอมน้ำตาล ขนรุ่งริ่งเกาะเป็นก้อน ดูมอมแมมไปทั้งตัวเขารอดตายจากโรคเรื้อนสุนัขที่เป็นอยู่นาน ดาวาไม่เหมือนหมาจรจัดทั่วไป เขาเข้าใจภาษามนุษย์มุ่งมั่นสู้ชีวิต จนได้เป็นหัวหน้านำหมู่หมาเห่าหอน ที่เขาได้เป็นผู้นำไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เขาใฝ่ฝันที่จะเป็น ทำงานหนัก ฝึกฝนทักษะที่ตนมีจนกลายเป็นศิลปะ สุนัขหลายตัวยืนยันว่า ดาวาเกิดมาเพื่อเป็นผู้นำ
ในวันนี้ ดาวาเฒ่าปลดระวางตนเองเขานั่งมองเมืองทิมพูจากเนินสูงของวัดจันกังคาด้วยสายตาเหมือนปู่ตามมองลูกหลานห่วงใยแต่ไม่ผูกพันมองด้วยปัญญาปล่อยวาง..เมืองต้องเติบใหญ่ไปอย่างที่จะต้องเป็น..














