“การสั่งสอนธรรมก็ดี หรือการสดับธรรมก็ดี
จะถูกต้องเหมาะสม ก็ต่อเมื่อเป็นประโยชน์ต่อจิต
อาการสำรวมระวังเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ผู้นั้นได้เคยสดับธรรม
กิเลสที่ลดลงเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ผู้นั้นได้ปฏิบัติภาวนา…”
-กาดัม เกเช ซังปูวะ, หน้า 22
หนังสือ “ลำดับขั้นแห่งการปฏิบัติภาวนา” คือ อรรถกถาคัมภีร์ภาวนากรม ซึ่งองค์ทะไลลามะทรงแสดงที่เมืองมานาลี ประเทศอินเดียเมื่อปี ค.ศ.1989 เป็นหนึ่งในคัมภีร์สำหรับผู้ปฏิบัติสายมหายานและสายทิเบตต้องศึกษา เพราะเป็น “คู่มือการปฏิบัติภาวนา” โดยเฉพาะ เป็นคัมภีร์ที่ได้รับการยกย่องอย่างสูง แจกแจงการปฏิบัติภาวนาในทุกขั้นตอน คัมภีร์นี้จึงเปรียบเสมือนแผนที่สำหรับผู้ปฏิบัติ ที่ช่วยป้องกันมิให้ออกนอกลู่นอกทาง องค์ทะไลลามะทรงอธิบายคัมภีร์ภาวนากรมโดยละเอียด และตรัสว่าคัมภีร์นี้ “เปรียบเสมือนกุญแจที่ไขประตูคัมภีร์อื่นๆ ทุกบาน”
การที่อรรถกถานี้ได้รับการบันทึกและเรียบเรียงเป็นหนังสือ นับว่าเป็นโชคอันยิ่งใหญ่ของชาวพุทธทั่วโลกที่ไม่เคยได้อ่านคัมภีร์ภาวนากรม (และจะไม่มีโอกาสได้อ่าน) อีกทั้งไม่มีโอกาสได้ฟังองค์ทะไลลามะบรรยาย และต่อให้นั่งอยู่ในที่นั้น ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะจดจำ หรือเข้าใจสิ่งที่ทรงบรรยายได้ทั้งหมด เพราะจะไม่มีเวลาย้อนกลับไปคิดทบทวนเลย เมื่อมีเป็นหนังสือจึงไม่ต้องเดินทางไปฟังเทศน์ถึงต่างประเทศ อีกทั้งยังสามารถอ่านทบทวนกลับไปกลับมาได้หลายรอบ
องค์ทะไลลามะที่ 14 (H.H. The 14th Dalai Lama, 6 June 1935 – )
กล่าวถึงตนเองว่าเป็น “พระธรรมดา” ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะผู้นำทางโลกและทางธรรมของประชาชนชาวทิเบต ท่านเป็นทะไลลามะพระองค์ปัจจุบัน และเป็นที่รู้จักระดับโลกในปี 1989 เมื่อได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ จากการอุทิศตนให้กับการต่อสู้อย่างสันติที่จะปลดปล่อยทิเบต ท่านเรียกร้องให้มีความกรุณาและความรับผิดชอบร่วมอย่างเป็นสากล ผ่านงานเขียนและงานปาฐกถาธรรมมากมาย























