นอกจากท่อง ก ไก่, ข ไข่..และตำราเรียนต่างๆ หนังสือการ์ตูนคงเป็นหนังสือชนิดแรกที่คนทั่วไปเริ่มอ่าน เพราะมีภาพมากกว่าคำ เข้าใจได้ไม่ยาก มีความสนุกสนานเพลิดเพลินในการอ่าน มักมีอารมณ์ขัน เด็กๆ จึงชอบอ่านหนังสือการ์ตูน ไม่ต้องถูกบังคับให้ต้องจดจำอะไรเพราะไม่ได้เอาไปสอบ หรือส่งการบ้าน
ภาพการ์ตูนก็อาจจะถือว่าเป็นการออกแบบตัดทอนแรกๆ ที่มนุษย์รู้จัก บุคลิกตัวการ์ตูนต่างๆ ที่ถูกสร้างเพื่อให้เป็นที่จดจำได้ง่ายมีอิทธิพลต่อเด็กๆ จำนวนไม่น้อยให้เติบโตมาเป็นจิตรกร, มัณฑนากร,สถาปนิก หรือกระทั่งนักโฆษณา
ยิ่งกว่านั้น หนังสือการ์ตูนยังเป็นที่บ่มเพาะจินตนาการชั้นต้นให้เด็กๆ ได้เป็นอย่างดี เพราะในความเป็นการ์ตูนอะไรที่เป็นไปไม่ได้ก็สามารถกลายเป็นิส่งที่เป็นไปได้ และหนังสือการ์ตูนส่วนใหญ่มักนำเสนอในผลลัพธ์บั้นปลายที่ว่า “ธรรมะย่อมชนะอธรรม” ซึ่งมีส่วนช่วยหว่านเมล็ดพันธุ์ในด้านดีงามให้สังคม (อาจจะยกเว้นบ้างในการ์ตูนยุคใหม่ หรือนิยายภาพสำหรับผู้ใหญ่)
หากจะบอกว่า การ์ตูนเป็นจุดเริ่มต้นของควมรักการอ่านหนังสือ ก็คงไม่ผิดนัก
การกำเนิดของการ์ตูนในเมืองไทยต้องย้อนหลังไปเกือบ 150 ปี ทุกแหล่งข้อมูลลงความเห็นเหมือนๆ กันว่า ภาพเขียนด้วยอารมณ์ขันบางส่วนของ ขรัวอินโข่ง ในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งราชวงศ์จักรี นับเป็นการ์ตูนชิ้นแรกๆ ของเมืองไทย จากนั้นการ์ตูนก็พัฒนาเรื่อยมา แยกแยะไปหลายรูปแบบ เช่น การ์ตูนช่องเดียว, หลายช่องจบ,นิยายภาพและการ์ตูนล้อการเมือง
การ์ตูนมีทั้่งช่วงเวลาที่เฟื่องฟูและโรยรา จนกระทั่งถึงยุคโซเชียลมีเดีย แม้พฤติกรรมและสื่อในการอ่านเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง แต่การ์ตูนก็ยังคงอยู่และเป็นที่ต้องการของสังคม














